ค้นหา
ปิดช่องค้นหานี้

ไอ จาม ปัสสาวะเล็ด ปัญหากลุ่มใจของผู้ใหญ่หลายท่าน เกิดจากร่างกายกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แม้อาการดังกล่าวจะไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิต แต่ก็ส่งผลกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ต้องเดินทางไกลๆ ทำให้ต้องแวะเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น หรือต้องตื่นกลางดึกมาปัสสาวะบ่อยๆ หรือในบางคนที่เป็นมากก็ต้องคอยใส่แพมเพิสตลอดเวลาทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ ปัญหาดังกล่าวสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บตัว โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) หรือเครื่องกระตุ้นระบบประสาทด้วยการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่จะทำให้ผู้สูงอายุในบ้านกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อีกครั้ง

สาเหตุของอาการปัสสาวะเล็ด

ปัญหาปัสสาวะเล็ด กลั่นปัสสาวะไม่อยู่ขณะ ไอ จาม เกิดจากกล้ามเนื้ออุ้มเชิงกรานอ่อนแรงลง ทำให้กลไกในการกลั่นปัสสาวะเสื่อมลงไป เวลาที่เราไอ หรือจาม จะเกิดแรงดันในช่องท้องทำให้ปัสสาวะออกมาโดยที่เราไม่ตั้งใจ ส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งสาเหตุหลักๆ มีดังนี้

  • การบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ
  • การอักเสบติดเชื้อที่กระเพาะหรือทางเดินปัสสาวะ
  • ช่องคลอดหย่อน
  • หูรูดไม่แข็งแรงหรือเสื่อม
  • เยื่อบุรอบท่อปัสสาวะบางฝ่อ
  • ท้องผูกเรื้อรัง
  • การใช้ยาบางชนิด
  • ปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว
  • เครื่องดื่มคาเฟอีน

รักษาอาการปัสสาวะเล็ดด้วยเครื่อง PMS

อีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา อาการปัสสาวะเล็ด โดยไม่เจ็บตัว และไม่ต้องผ่าตัด คือการใช้เครื่องกระตุ้นระบบประสาทด้วยการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) จะกระตุ้นลงลึกไปยังเส้นประสาทโดยตรง ลงลึกถึงระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ เพื่อปรับการทำงานของเส้นประสาท และเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหูรูด  และเนื้ออุ้งเชิงกราน ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น

นอกจากนี้ PMS ยังเหมาะสำหรับผู้ที่อาการปวดเรื้อรัง ออฟฟิศซินโดรม หมอนรองกระดูกทับเส้น อาการปวดจากระบบประสาท ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต อาการชาจากปลายประสาทอักเสบ อาการชาของผู้ป่วยเบาหวาน อาการปัสสาวะเล็ด และปัญหา Sexual Health การบำบัดด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้อาการดังกล่าวดีขึ้นได้

ปัสสาวะเล็ด

ความรู้สึกขณะกระตุ้นด้วยเครื่อง PMS

ขณะทำการรักษาด้วยเครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้า คนไข้จะรู้สึกกระตุกสั่นๆ ที่กล้ามเนื้อ หรือปวดหน่วงๆ ตื้อๆ ตรงบริเวณที่มีอาการเจ็บ แต่ไม่เป็นอันตราย และไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะโดยรอบ คนไข้จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นในขณะทำการรักษา ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเห็นผลทันทีหลังการรักษา ทั้งนี้ระยะเวลในการกลับมาของอาการต่างๆ จะขึ้นอยู่กับโรค และภาวะเรื้อรังของอาการนั้นๆ ด้วย

ข้อดีของการบำบัดด้วยเครื่อง PMS

  • ปลอดภัย ไม่เจ็บตัวขณะรักษา
  • ไม่ต้องถอดเสื้อผ้า สามารถทำกระตุ้นผ่านเสื้อผ้าได้ลึก 10 เซนติเมตร
  • ใช้เวลาในการทำเพียง 20-30 นาที/ครั้ง

คำแนะนำในการรักษากระเพาะปัสสาวะ

  • หลังรับการรักษาคนไข้อาจมีอาการล้า ระบบประมาณ 1-2 วัน
  • ขณะรับบริการอาจรู้สึกหน่วงๆ คล้ายอาการปวดปัสสาวะ
  • อาจเกิดตะคริวขึ้นได้หลังรับบริการ (ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล)
ปัสสาวะเล็ด

ความแตกต่างระหว่าง PMS และ Shock Wave ต่างกันอย่างไร

PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) คือ เครื่องกระตุ้นระบบประสาทส่วนปลายด้วยการใช้ระบบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เหนี่ยวนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ โดยสามารถกระตุ้นทะลุผ่านเสื้อผ้าลงไปผ่านเนื้อเยื่อลงไปได้ลึกประมาณ 10 เซนติเมตร ช่วยลดอาการปวด ลดอาการชา ลดความตึงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ และช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น

  • กระตุ้นเส้นประสาทด้วยคลื่นแม่เหล็ก รักษาด้วยวิธีการเหนี่ยวนำเส้นประสาท
  • ไม่ต้องถอดเสื้อผ้าขณะรับบริการ
  • สามารถรับบริการได้ตั้งแต่เด็ก ถึงผู้สูงอายุ

Shockwave Therapy  คือ การการรักษาด้วยคลื่นกระแทกเข้าไปในบริเวณที่มีอาการปวด เพื่อกระตุ้นให้ร่างกาย เกิดการฟื้นฟูและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อใหม่ (Re-Healing) ทำให้ร่างกายมีการสร้างสารที่จำเป็นต่อการซ่อมแซม ฟื้นฟูมากขึ้น และทำให้หลอดเลือดไปเลี้ยงบริเวณนั้นมากขึ้น ช่วยลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อ อาการอักเสบ และอาการบวมให้ดีขึ้น

  • กระตุ้นสารตั้งต้นหลอดเลือดด้วยแรงกระแทกบริเวณที่มีอาการ
  • ต้องถอดเสื้อผ้าขณะรับการรักษา
  • อาจเกิดอาการฟกช้ำได้ในผู้สูงอายุได้

กลุ่มอาการไหนบ้างที่เหมาะกับการใช้เครื่อง PMS

  1. กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) อาการปวดเฉียบพลันและเรื้อรัง
  2. กลุ่มหมอนรองกระดูกทับเส้น อาการปวดร้าวที่เกิดจากเส้นประสาทไปกดทับ
  3. กลุ่มคนไข้อัมพฤต อัมพาต หลอดเลือดในสมองแตก ทำให้เกิดอาการอ่อนแรงครึ่งซีก หรือคนไข้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ไขสันหลัง แขนขาอ่อนแรง เดินไม่ได้ เครื่องสามารถไปช่วยฟื้นฟูกระตุ้นกล้ามเนื้อ รวมถึงเส้นประสาทความรู้สึกได้
  4. กลุ่มอาการชาปลายประสาท ปลายประสาทอักเสบ ปลายประสาทเสื่อม หรือผู้ป่วยเบาหวาน เพราะเลือดที่หนืดทำให้ปลายมือเกิดอาการชา
  5. กลุ่มผู้ที่มีปัญหากระเพาะปัสสาวะ ไอ จาม ปัสสาวะเล็ด หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

ระยะเวลาในการทำที่แนะนำ

  • อาการปวดทั่วไป แนะนำให้ทำประมาณ 5-10 ครั้ง หรือ 2-3 ครั้งสัปดาห์
  • กลุ่มอาการชา กลุ่มที่เกี่ยวกับการบาดเจ็บที่เส้นประสาท แนะนำให้ทำทุกวันได้
  • กลุ่มอาการกระเพาะปัสสาวะ แนะนำให้ทำประมาณ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 เดือน

ผู้ป่วยที่ไม่แนะนำ

  • ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง
  • ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าฝังในร่างกายแบบที่มีแบตเตอรี่ เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ Pacemaker
  • บริเวณที่มีโลหะเป็นวงกลมใหญ่ๆ เช่น ลวดไวร์ริ่งตรงสะบ้าเข่า
  • ผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ยังทำการรักษา
  • ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ (ไม่กระตุ้นบริเวณหน้าท้องและหลัง)

ทำไมต้องรักษากระเพาะปัสสาวะที่ W9 Wellness

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary incontinence) ในผู้สูงอายุ อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องปกติจนสุดท้ายกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ W9 Wellness เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำตลอดจนถึงแนวทางการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล และยังมีทีมนักกายภาพบำบัดเฉพาะทางในการใช้เครื่องมือ PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) หรือเครื่องกระตุ้นระบบประสาทด้วยการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เรียกว่า Electromagnetic ไปช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ให้กล้ามเนื้อหูรูดแข็งแรงขึ้น และยังช่วยบำบัดรักษาอาการปวด เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อ โรคเอ็นอักเสบ โรคปวดข้อต่อ และอาการชาจากเส้นประสาทให้ดีขึ้นได้

โปรแกรมตรวจสุขภาพที่วิเคราะห์เชิงลึกของเรา

Sale!

โปรโมชั่นเฉพาะสาขาเพลินจิต

  • ซื้อ 1 ครั้ง เพียง 1,700 บาท (ปกติ 2,000 บาท)
  • คอร์ส 3 ครั้ง เพียง 5,900 บาท (ปกติ 8,000 บาท) ฟรี 1 ครั้ง
  • คอร์ส 10 ครั้ง เพียง 16,900 บาท (ปกติ 28,000 บาท) รับฟรี Office Syndrome Program 4 ครั้ง

*ใช้บริการได้เฉพาะสาขา เพลินจิตเท่านั้น

  • เบอร์โทรศัพท์: 099-4969626
  • Line: @wploenchit
  • เวลาเปิด-ปิด: 10.00 – 19.00 น.

ราคา ฿1,700.00 บาท

Sale!

“ไอ จาม ปัสสาวะเล็ด อย่าปล่อยเฉย รักษาได้ตั้งแต่สัญญาณแรก”

กลุ่มอาการกระเพาะปัสสาวะ แนะนำให้ทำประมาณ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 เดือน

ราคา ฿16,000.00 บาท

ปรึกษาปัญหาสุขภาพและรับสิทธิพิเศษสำหรับคุณได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

รักที่ไร้อารมณ์จะสุขสมได้อย่างไร? เพราะความสุขบนเตียงถือเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตคู่ และปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับสาวๆ ทุกคน แต่ส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะเปิดเผยก็คือ

ช่วงนี้มี อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Diet) หลากหลายสูตรที่มีกระแสว่าช่วยในการลดน้ำหนักออกมามากมาย ทั้งที่มีการศึกษาวิจัยรองรับ มีการรีวิวตามอินเตอร์เนต

โรคเริมกับงูสวัด เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส กลุ่มที่เรียกว่า ไวรัสเฮอร์ปีส์ (Herpes simplex) แม้ว่าจะเป็นคนละชนิดกัน แต่ก็อยู่ในกลุ่มเชื้อตัวเดียวกัน โดยอาการของโรคเริมจะเป็นตุ่มใส แตกหรือไม่แตกก็ได้ มีอาการค่อนข้างปวดแสบปวดร้อน จะขึ้นบ่อยๆ ที่ริมฝีปาก เนื้อเยื่อข้างในปาก หรือว่าอวัยวะเพศ ส่วนโรคงูสวัดจะเป็นตามตัว สามารถเป็นได้ทั้งร่างกายเลย ทั้งที่หน้า จมูก ตา แขน หลัง ไหล่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแค่ข้างเดียว จะมีลัษณะเป็นปื้นยาวๆ แต่ที่เป็นลักษณะแบบนั้น ส่วนนึงเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มันเข้าไปที่ปลายประสาท หรือเส้นประสาท มันก็เลยมีลักษณะออกไปเป็นแบบยาวๆ ในปัจจุบันมีทางเลือกในการ รักษาโรคเริม กับงูสวัด ด้วยโอโซนบำบัด อย่างที่เรารู้ว่ากันว่าเชื้อเริมหรืองูสวัด รักษาค่อนข้างยาก แล้วอยู่กับเราค่อนข้างนาน บางคนติดเชื้อมาอาจจะไม่มีอาการไปหลายปีเลยก็ได้ แล้ววันดีคืนดีที่เราแบบเครียดมาก นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ภูมิต้านทานตก อาการดังกล่าวก็แบบโผล่ขึ้นมา กับอีกบางคนเป็นบ่อย การที่เป็นบ่อยๆ แสดงว่าภูมิต้านทานไม่ค่อยดี อันนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่บอกว่าร่างกายเราภูมิต้านทานเริ่มตก เพราะว่าเราเป็นเริมบ่อย ถือว่าสุขภาพเราเริ่มแย่ เป็นการสะท้อนระบบภูมิต้านทานของเราจากภายใน แนวทางการป้องกันการติดเชื้อไวรัส การป้องกันการเกิดอาการ หรือการเกิดโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสทุกชนิด รวมถึงไวรัสเฮอร์ปีส์ด้วย คือที่เราต้องทำให้ระบบภูมิต้านทานของเราดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ซึ่งแนวทางการปฏิบัติตัวเบื้องต้น […]