บางคนพัก…แต่ไม่เคยรู้สึกว่าฟื้นจริง หลายคนในวัยทำงานเจอภาพซ้ำ ๆ คือ นอนครบ หยุดพัก ได้วันหยุด แต่กลับมาใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ร่างกายยังล้า สมองไม่สดชื่น สมาธิสั้น เหมือนแบตไม่เต็ม ภาวะ “พักแล้วไม่ฟื้น” อาจเกิดขึ้นชั่วคราวได้จากงานหนัก/พักน้อยช่วงสั้น ๆ แต่ถ้าเป็นต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์ หรือกระทบงานและคุณภาพชีวิต ส่วนใหญ่มักสะท้อนว่าระบบฟื้นตัวของร่างกายกำลังเสียสมดุล ไม่ใช่แค่ “อายุ” หรือ “ขยันไม่พอ”
พักแล้วไม่ฟื้น คืออะไรในทางการแพทย์
ในมุมเวชศาสตร์ป้องกัน “พักแล้วไม่ฟื้น” ไม่ได้หมายถึงความเหนื่อยจากงานหนักอย่างเดียว แต่คือภาวะที่ ระบบซ่อมแซม (repair) + ระบบสร้างพลังงาน (energy production) + ระบบควบคุมความเครียด (stress regulation) ทำงานไม่เต็มที่ แม้คุณ “ให้เวลาพัก” แล้วก็ตาม
แพทย์ด้านการนอนและความเหนื่อยล้าอธิบายว่า อาการล้าเรื้อรังมักเกี่ยวข้องกับหลายระบบพร้อมกัน เช่น คุณภาพการนอน สมดุลของฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกัน และกระบวนการเผาผลาญพลังงาน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนถึง “พักแล้ว แต่ไม่เคยรู้สึกว่าฟื้นจริง”
กลไกการฟื้นตัวของร่างกาย ทำงานตอนไหน
การฟื้นตัวเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงที่ร่างกายเข้าสู่โหมด “ซ่อมแซม” ซึ่งมักสัมพันธ์กับการนอนหลับที่มีคุณภาพ และการลดการกระตุ้นของระบบประสาทจากความเครียด
Deep sleep สำคัญอย่างไร
ช่วง deep sleep เป็นช่วงที่ร่างกายมีการซ่อมแซมหลายระบบ เช่น กล้ามเนื้อ ระบบประสาท และภูมิคุ้มกัน หาก deep sleep ไม่พอ แม้จะนอน “ครบชั่วโมง” ก็อาจไม่รู้สึกฟื้น
คอร์ติซอลตอนกลางคืน
ตามธรรมชาติ คอร์ติซอลควรลดลงในเวลากลางคืนเพื่อให้ร่างกายเข้าสู่โหมดพักและซ่อมแซม หากคอร์ติซอลยังสูง (เช่น จากความเครียดเรื้อรัง หรือตารางนอนผิดเวลา) การฟื้นตัวมักสะดุด
ใช้ wearable ช่วย “เห็นการฟื้นตัว” ได้แค่ไหน
ในยุคนี้ หลายคนมี wearable ที่วัดการนอนและ HRV แม้จะไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยทางการแพทย์ แต่ช่วย “ดูแนวโน้ม” ของการฟื้นได้ดีขึ้น
metrics ที่คนทำงานใช้ดูได้จริง
- HRV (Heart Rate Variability): โดยทั่วไป หากค่า HRV “สูงขึ้นเมื่อเทียบกับ baseline ของตัวเอง” มักสะท้อนการฟื้นตัวที่ดีขึ้น
ตัวเลขอย่าง HRV > 50 ms mightใช้เป็น “แนวทางคร่าว ๆ” ในบางคน แต่สำคัญที่สุดคือแนวโน้มเทียบกับตัวเอง - Deep sleep: สัดส่วน deep sleep ที่ ประมาณ 15–25% ของเวลานอนทั้งหมด มักเป็นกรอบที่คนใช้ติดตาม
การตั้งเป้า >20% mightช่วยเป็นเป้าหมายเบื้องต้น แต่ต้องดูร่วมกับอาการจริง (เช่น ตื่นมาแล้วสดชื่นไหม)
ข้อสำคัญ: ถ้า wearable บอกว่า “sleep ดี” แต่คุณยัง Resting doesn't help recovery. ต่อเนื่อง นั่นเป็นสัญญาณว่าควรประเมินปัจจัยอื่นร่วมด้วย ไม่ควรพึ่งตัวเลขอย่างเดียว
ฮอร์โมนกับภาวะพักแล้วไม่ฟื้น
ฮอร์โมนมีบทบาทต่อพลังงาน การนอน และการฟื้นตัว เช่น คอร์ติซอล (ความเครียด), ไทรอยด์ (เมตาบอลิซึม), ฮอร์โมนเพศ (สมดุลร่างกาย/กล้ามเนื้อ/อารมณ์) เมื่อร่างกายอยู่ในความเครียดเรื้อรัง ระบบประสาทจะติดอยู่ใน “โหมดระวังภัย” ส่งผลให้การนอนหลับลึกและการซ่อมแซมลดลง
ในหลายกรณี แพทย์อาจพิจารณา hormone panel เพื่อดูภาพรวมของสมดุลฮอร์โมน โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดซ้ำเป็นแพตเทิร์นเดิม ๆ เช่น เหนื่อยง่าย นอนแล้วไม่สดชื่น อารมณ์แปรปรวน หรือพลังงานตกเป็นช่วง ๆ
เมตาบอลิซึมและพลังงานระดับเซลล์
การฟื้นตัวต้องใช้พลังงานจากไมโทคอนเดรีย ซึ่งเป็นเหมือน “โรงงานผลิตพลังงาน” ของเซลล์ หากระบบเผาผลาญเสียสมดุล (เช่น น้ำตาลผันผวน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือการอักเสบระดับต่ำ) ร่างกายจะฟื้นตัวช้าลง แม้จะพักผ่อน
สัญญาณที่พบบ่อยในคนทำงาน
- พลังงานตกช่วงบ่าย
- ง่วงหลังอาหาร
- Easy weight gain, especially around the waist
- สมองล้า ทำงานนานแล้วเหมือน “หมดแบต”
long COVID กับภาวะพักแล้วไม่ฟื้น
หลังหายจาก COVID-19 แล้ว บางรายอาจมีอาการ เหนื่อยเรื้อรัง สมองล้า นอนแล้วไม่สดชื่น ต่อเนื่อง องค์การอนามัยโลก (WHO) มีข้อมูลเกี่ยวกับภาวะ post-COVID condition ซึ่งรวมอาการอ่อนล้าได้
แหล่งอ้างอิง: WHO – Post COVID-19 condition
ภาวะพักแล้วไม่ฟื้นในคนทำงาน
ในกลุ่มคนทำงานโดยเฉพาะผู้ที่เคยติดเชื้อ COVID-19 มาก่อน มีหลายคนที่สังเกตว่าตนเอง “ฟื้นช้ากว่าเดิม” แม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม อาการอย่างเหนื่อยง่าย สมองล้า หรือพลังงานไม่กลับมาเต็มที่ เป็นสิ่งที่พบได้บ่อย และสะท้อนว่าระบบฟื้นฟูของร่างกายอาจยังไม่กลับสู่สมดุลเดิม
ภาวะนี้ทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเอง “ไม่เหมือนเดิม” หลังโควิด และมักถูกมองข้ามเพราะผลตรวจพื้นฐานดูปกติ แต่ในมุมของเวชศาสตร์ป้องกัน อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณสำคัญที่ควรได้รับการประเมินเชิงลึก เพื่อเข้าใจว่าร่างกายกำลังฟื้นตัวได้เต็มที่หรือไม่
ผลกระทบหากปล่อยให้พักแล้วไม่ฟื้นเรื้อรัง
หากปล่อยไว้นาน อาจนำไปสู่
- ภาวะหมดไฟ (burnout) และคุณภาพชีวิตลดลง
- ภูมิคุ้มกันอ่อนลง เจ็บป่วยง่ายขึ้น
- เมตาบอลิซึมผิดปกติ และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจในระยะยาว (ผ่านกลไกน้ำตาล/ไขมัน/การอักเสบ)
- การฟื้นตัวหลังออกกำลังกายแย่ลง จนยิ่งไม่อยากขยับตัว และทำให้สุขภาพถอยเป็นวงจร
ประเด็นสำคัญของเวชศาสตร์ป้องกันคือ ไม่รอให้กลายเป็นโรคก่อน แต่เริ่มจับสัญญาณตั้งแต่ระบบเริ่มเสียสมดุล
ถ้าพักแล้วไม่ฟื้น ลองเริ่มดูแลตัวเองแบบนี้ใน 7 วันแรก
1) ปรับการนอนและแสง (Circadian reset)
- งดหน้าจอ/แสงสีฟ้าอย่างน้อย 60 นาทีก่อนนอน
- รับแสงแดดตอนเช้า 20–30 นาที (เดินเบา ๆ ก็ได้)
- พยายามนอน–ตื่นเวลาเดิมให้ได้อย่างน้อย 5 วัน/สัปดาห์
2) คาเฟอีนและพลังงาน
- งดคาเฟอีนหลัง 14:00 น. (โดยเฉพาะคนหลับยาก/หลับไม่ลึก)
- ถ้าอยากดื่ม ให้ย้ายไปช่วงเช้า และจำกัดปริมาณ
3) การออกกำลังกายเพื่อฟื้น ไม่ใช่เพื่อฝืน
- เลือกกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดินเร็ว/ยืดเหยียด 20–30 นาที ตอนเช้าหรือก่อนเย็น
- ถ้าทำแล้ว “ยิ่งล้า” ให้ลดความหนัก และเน้นความสม่ำเสมอ
4) โภชนาการที่ช่วยระบบพลังงาน
- เพิ่มอาหาร ใยอาหารสูง (ผัก/ธัญพืช/ถั่ว) เพื่อสนับสนุนลำไส้และเมตาบอลิซึม
- ลดน้ำตาลและของหวานช่วงดึก (ทำให้การนอนและน้ำตาลผันผวน)
5) Supplement (เฉพาะกรณี “ตรวจพบว่าขาด”)
- หากตรวจพบภาวะขาดสารอาหาร แพทย์อาจพิจารณาให้เสริม เช่น
- Magnesium ในบางรายที่มีปัญหาการนอน/ความตึงเครียด
- CoQ10 ในบางรายที่มีอาการอ่อนล้าเกี่ยวกับพลังงานเซลล์
หมายเหตุ: ไม่แนะนำให้ “เติมตามความรู้สึก” โดยไม่มีการประเมิน เพราะอาจไม่ตรงสาเหตุ
การประเมินเชิงป้องกันที่ลึกกว่าการตรวจทั่วไป
ผลตรวจสุขภาพพื้นฐานบางครั้ง “ปกติ” ได้ แต่ไม่แปลว่าระบบฟื้นตัวปกติ เพราะภาวะพักแล้วไม่ฟื้นมักเกี่ยวข้องกับหลายมิติ เช่น ฮอร์โมน การนอน การอักเสบ และพลังงานเซลล์
ตัวอย่างการตรวจที่แพทย์ อาจพิจารณา ในบางราย
- Hormone panel: เช่น คอร์ติซอล, ไทรอยด์, ฮอร์โมนเพศ (ตามความเหมาะสม)
- Inflammation marker: such as CRP
- Metabolic markers: น้ำตาล/อินซูลิน/ไขมันเชิงลึก (ตามอาการ)
- การประเมินด้านพลังงานระดับเซลล์/ไมโทคอนเดรีย: ในเคสบางประเภท (ขึ้นกับแนวทางและข้อบ่งชี้)
ในประเทศไทย ปัจจุบันมีศูนย์เวชศาสตร์ป้องกันและชะลอวัยหลายแห่งที่ให้บริการตรวจเชิงลึกในมิติเหล่านี้ รวมถึง W9 Wellness Center เน้นการมอง “root cause” และออกแบบแนวทางดูแลเฉพาะบุคคลตามผลตรวจและไลฟ์สไตล์จริง
ใครควรใส่ใจภาวะพักแล้วไม่ฟื้น
- คนทำงานที่นอนพอแต่ยังล้าต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์
- ผู้ที่มีความเครียดเรื้อรัง หรือมีอาการตื่นกลางคืน/หลับไม่ลึก
- ผู้ที่ฟื้นตัวช้าหลังป่วยหรือหลัง COVID-19
- ผู้ที่เริ่มออกกำลังกายแล้ว “ยิ่งทำยิ่งล้า” หรือฟื้นช้ามาก
- ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพระยะยาวแบบ longevity (เน้น resilience มากกว่าแก้อาการ)
อาการแบบไหนควรพบแพทย์
- เหนื่อยมากผิดปกติจนทำงาน/ใช้ชีวิตลำบาก
- น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ไข้เรื้อรัง เหงื่อออกกลางคืน
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ใจสั่นผิดปกติ
- กรนดังมาก สะดุ้งตื่น/ง่วงมากระหว่างวัน (สงสัย sleep apnea)
- หลังติดเชื้อแล้วมีอาการยืนแล้วใจสั่น หน้ามืด (สงสัย dysautonomia/POTS)
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q1: แยก burnout กับ chronic fatigue ยังไง?
A: Burnout มักสัมพันธ์กับภาระงาน/ความเครียดและดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนบริบท/พักเชิงคุณภาพ แต่ chronic fatigue มักมีมิติร่างกายร่วมชัด เช่น ฟื้นตัวผิดปกติ นอนแล้วไม่สด ความทนทานต่อกิจกรรมลดลง และบางรายมี PEM
Q2: ควรพักจากงานกี่วันถ้าอาการหนัก?
A: ถ้าอาการกระทบการทำงานชัด ให้เริ่มจาก “ลดโหลด” 3–7 วัน + ปรับการนอน/แสง/คาเฟอีน พร้อมเก็บข้อมูลอาการ ถ้าไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ควรประเมินแพทย์
Q3: นอนเกิน 8–9 ชั่วโมงดีหรือแย่?
A: บางช่วงอาจเป็นการชดเชยหนี้การนอน แต่ถ้าต้องนอนยาวตลอดและยังไม่สด อาจสะท้อนคุณภาพการนอนหรือปัจจัยเชิงระบบ ควรดูร่วมกับอาการและการตรวจที่เหมาะสม
Q4: ผู้หญิงที่ประจำเดือนผิดปกติ/มามาก เกี่ยวกับความเหนื่อยล้าไหม?
A: เกี่ยวได้ โดยเฉพาะถ้ามีภาวะขาดธาตุเหล็ก/โลหิตจาง หรือฮอร์โมนแปรปรวน ควรประเมินแบบองค์รวม
Q5: ถ้าทำ wearable แล้วตัวเลขสวย แต่ยังไม่ฟื้น?
A: ให้มอง beyond numbers เช่น sleep apnea, ฮอร์โมน, โลหิตจาง, ไทรอยด์, long COVID หรือภาวะเครียดเรื้อรัง แล้วค่อยเลือกตรวจให้ตรงจุด
Q6: Long COVID ทำให้เหนื่อยได้นานแค่ไหน?
A: ในบางรายอาจหลายเดือน และอาจนานกว่านั้นได้ WHO ระบุว่าอาจกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน และควรมีการดูแล/ฟื้นฟูตามอาการ
คุณกำลัง “พักเพื่อให้ผ่านวัน” หรือคุณกำลังพยายามให้ร่างกายกลับมาฟื้นได้จริง
หากคุณมีอาการพักแล้วไม่ฟื้นซ้ำ ๆ ทั้งที่ผลตรวจพื้นฐานปกติ การประเมินเชิงลึกอาจช่วยให้เข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้น และออกแบบแนวทางดูแลที่เหมาะกับคุณจริง ๆ
note
บทความนี้จัดทำเพื่อการให้ความรู้ ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์ การตรวจและการดูแลขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
Praram 9 Hospital (3rd floor, Building A)
- Phone number: 092-9936922
- Line: @w9wellness
- Opening-closing hours: 08.00 – 17.00 hrs.
Anti-aging and preventative medicine physician
W9 Wellness Center
Recommended References
- Mayo Clinic — Fatigue: https://www.mayoclinic.org/symptoms/fatigue/basics/definition/sym-20050856
- Cleveland Clinic — Fatigue: https://my.clevelandclinic.org/health/symptoms/17523-fatigue
- WHO — Post COVID-19 condition: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/post-covid-19-condition
- อาการหลงเหลือหลังหายป่วยโควิด-19 (Long COVID): https://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=31779
- W9 Wellness fatigue: https://w9wellness.com/en/root-cause-fatigue-despite-sleep/



