ค้นหา
ปิดช่องค้นหานี้

3 ไอเดียขนมหวาน Healthy snack style wellness

จะกินแต่ขนมห่อ ขนมเค้ก ขนมปัง ไอศกรีม ก็รู้สึกเกรงใจร่างกายนิดนึง แต่ชีวิตก็ขาดหวานไม่ได้ ว่างๆ เรามานั่งหาไอเดียใหม่ๆ กัน เพิ่มความสนุกสดชื่นให้กับชีวิต WFH – Work From Home ในยุคนี้กันดีกว่า #อยู่บ้าน #ทำเองได้ #ไม่จำเจ

1. ธัญพืชน้ำกะทิ

เมนูขนมไทยสุด Basic ทำง่าย เน้นธัญพืชเต็มๆ ซื้อธัญพืชพวก ลูกเดือย เม็ดบัว ถั่วแดง ถั่วดำ แปะก๊วย ข้าวโพด งา มาต้มให้สุก แล้วคลุกรวมกัน เพื่อรสสัมผัสที่ดี ก็ราดหัวกะทิลงไปซักครึ่งช้อน จบด้วยโรยงา หรือมะพร้าว on top ด้วยก็ได้ เมนูนี้สามารถดัดแปลงส่วนผสมได้หลากหลาย ตามความชอบใจ ไม่ว่าจะเป็น เต้าส่วน ถั่วเขียวต้ม ลูกเดือยเผือกเปียกกะทิสด หรือเต้าทึงก็ได้ แต่หัวใจสำคัญคือ เน้นหนักที่ธัญพืช และเลือกใช้น้ำตาลดอกมะพร้าวเพียงเล็กน้อยก็จะได้เมนูอร่อย และ ดีต่อสุขภาพแล้วนะจ๊ะ

2. กรานิต้าธัญพืช (หวานเย็น)

เมนูต่อมา เอาใจคนติดของเย็น ล้างปากหลังอาหาร เริ่มจากทำกรานิต้า จากน้ำเสาวรสผสมกับน้ำผึ้ง แช่ช่องแข็งไว้ พอได้ที่ก็เตรียมธัญพืช ลูกเดือย เม็ดบัว ถั่วแระญี่ปุ่น ข้าวโพดหวาน ถั่วแดงต้ม ลูกเกด จัดใส่ถ้วยเกร๋ๆ แล้ว scoop granita มาวาง จบงานตบแต่งด้วยใบสะระแหน่ พร้อมชักภาพลง IG แล้วก็สดชื่นกับของหวานสุด healthy no guilty แบบไร้น้ำตาลกันได้เลย   

3. โยเกิร์ตกราโนล่าเบอร์รี่

เป็นอีกเมนูสุด Classic ในยุคนี้ ที่สามารถดัดแปลงรูปแบบและรสชาติได้ค่อนข้างหลากหลาย โดยสามสารถเปลี่ยนวัตถุดิบ ทั้งกราโนล่า หลากหลาย texture หรืออยากเพิ่ม extra ถั่วที่ชอบเข้าไปก็ได้ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ก็อาจเปลี่ยนเป็นผลไม้อื่นๆ เช่น ส้ม แอปเปิ้ล มะม่วง กีวี วุ้นมะพร้าว หรือลูกพีช ก็จะได้รสชาติใหม่ๆ ไม่จำเจ รูปแบบการทำใหม่ๆ ก็สามารถทดลองทำกันได้ เช่น ทำเป็น bark หรือเสียบไม้ใส่แท่งไอศกรีม หรือเสิร์ฟในแก้วกาแฟ ก็ได้ความสนุกและอร่อยไปอีกแบบ

“หลีกเลี่ยงการเสพติดน้ำตาล ถึงชีวิตจะขาดหวานไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะกินของหวานที่ไม่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกายได้นะ”

Share : 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ช่วงนี้เราได้ยินความสำคัญของ Vitamin D มาค่อนข้างเยอะ ในแต่ละวันร่างกายเราต้องการวิตามินดีเฉลี่ยอยู่ที่

โรคเริมกับงูสวัด เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส กลุ่มที่เรียกว่า ไวรัสเฮอร์ปีส์ (Herpes simplex) แม้ว่าจะเป็นคนละชนิดกัน แต่ก็อยู่ในกลุ่มเชื้อตัวเดียวกัน โดยอาการของโรคเริมจะเป็นตุ่มใส แตกหรือไม่แตกก็ได้ มีอาการค่อนข้างปวดแสบปวดร้อน จะขึ้นบ่อยๆ ที่ริมฝีปาก เนื้อเยื่อข้างในปาก หรือว่าอวัยวะเพศ ส่วนโรคงูสวัดจะเป็นตามตัว สามารถเป็นได้ทั้งร่างกายเลย ทั้งที่หน้า จมูก ตา แขน หลัง ไหล่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแค่ข้างเดียว จะมีลัษณะเป็นปื้นยาวๆ แต่ที่เป็นลักษณะแบบนั้น ส่วนนึงเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มันเข้าไปที่ปลายประสาท หรือเส้นประสาท มันก็เลยมีลักษณะออกไปเป็นแบบยาวๆ ในปัจจุบันมีทางเลือกในการ รักษาโรคเริม กับงูสวัด ด้วยโอโซนบำบัด อย่างที่เรารู้ว่ากันว่าเชื้อเริมหรืองูสวัด รักษาค่อนข้างยาก แล้วอยู่กับเราค่อนข้างนาน บางคนติดเชื้อมาอาจจะไม่มีอาการไปหลายปีเลยก็ได้ แล้ววันดีคืนดีที่เราแบบเครียดมาก นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ภูมิต้านทานตก อาการดังกล่าวก็แบบโผล่ขึ้นมา กับอีกบางคนเป็นบ่อย การที่เป็นบ่อยๆ แสดงว่าภูมิต้านทานไม่ค่อยดี อันนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่บอกว่าร่างกายเราภูมิต้านทานเริ่มตก เพราะว่าเราเป็นเริมบ่อย ถือว่าสุขภาพเราเริ่มแย่ เป็นการสะท้อนระบบภูมิต้านทานของเราจากภายใน แนวทางการป้องกันการติดเชื้อไวรัส การป้องกันการเกิดอาการ หรือการเกิดโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสทุกชนิด รวมถึงไวรัสเฮอร์ปีส์ด้วย คือที่เราต้องทำให้ระบบภูมิต้านทานของเราดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ซึ่งแนวทางการปฏิบัติตัวเบื้องต้น […]

วิตามินดี ไม่ใช่แค่เรื่องกระดูกและฟัน แต่ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน (ภูมิต้านทาน) ของร่างกาย