ค้นหา
ปิดช่องค้นหานี้
มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม รู้เร็ว ป้องกันได้ ทางเลือกใหม่ผู้ป่วยมะเร็ง

โรคมะเร็งเต้านม คือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย โดยในช่วงชีวิตของผู้หญิงไทย 1 ใน 10 คน จะมีโอกาสเป็น “โรคมะเร็งเต้านม” และมีผู้หญิงไทยตายด้วยโรคมะเร็งเต้มนมเฉลี่ยวันละ 12 คน แต่หากได้รับการตรวจเช็กและรักษา แต่หากได้รับการตรวจเช็กและรักษาในช่วงระยะเวลาเริ่มต้นจะมีโอกาสรักษาให้กลับมาปกติได้สูง ซึ่งเราสามารถทำการตรวจคัดกรอง มะเร็งเต้านม ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้วินิจฉัยและสามารถรักษาได้ทันท่วงที

รู้จักและเข้าใจ มะเร็งเต้านม

ขึ้นชื่อว่ามะเร็งพอใครได้ยินก็มีความกลัวกันทั้งนั้น โดยเฉพาะ มะเร็งเต้านม ในผู้หญิงที่ถือเป็นภัยเงียบที่พบได้มากที่สุด โดยมะเร็งเต้านมนั้นเกิดจากเซลล์ของเต้านมที่มีการแบ่งตัวอย่างผิดปกติ เหนือการควบคุมของร่างกายและเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็ง ส่วนใหญ่มักเกิดที่ภายในท่อน้ำนม และสามารถกระจายออกจากท่อน้ำนม ไปที่ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้และอวัยวะอื่นๆ ที่ไกลออกไป

ฮอร์โมนเพศหญิงมีความสัมพันธ์กับมะเร็งเต้านม

แม้ว่าโรคมะเร็งเต้านมยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่ามีสาเหตุมาจากอะไร แต่ฮอร์โมนเพศหญิงเองก็มีความสัมพันธ์ในการเกิดมะเร็งเต้านมได้เหมือนกัน

มะเร็งเต้านม
  • ผู้หญิงเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้ชายถึง 100 เท่า
  • ช่วงเวลาในการมีประจำเดือน โดยพบว่าผู้ที่มีประจำเดือนครั้งแรกเมื่ออายุน้อย หรือหมดประจำเดือนช้า มีความเสี่ยงมากขึ้นในการเกิดมะเร็งเต้านม
  • ผู้หญิงที่ไม่เคยมีบุตรหรือตั้งครรภ์ครั้งแรก เมื่ออายุมากกว่า 30 ปี มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมมากกว่าคนที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุยังน้อย
  • ผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดมากกว่า 5 ปี หรือได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทนหลังหมดประจำเดือนเป็นระยะเวลานานกว่า 2 ปี จะเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมมากขึ้น

ใครมีความเสี่ยงสูงในการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้หญิงทั่วไป

  1. ผู้หญิงที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็งเต้านมหรือมีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นญาติใกล้ชิด เช่น แม่ พี่สาวหรือน้องสาว เป็นต้น
  2. ผู้หญิงที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรคนแรกเมื่ออายุมากกว่า 30 ปี
  3. ผู้หญิงที่รอบเดือนมาเร็ว และหมดช้า หรือใช้ฮอร์โมนทดแทนเป็นเวลานานกว่า 10 ปี
  4. ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป

ผู้หญิงในกลุ่มเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปราว 1.5 เท่า แต่หากว่าญาติใกล้ชิดซึ่งป่วยเป็นมะเร็งเต้านมได้รับการวินิจฉัยขณะที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปีจะเพิ่มความเสี่ยงเป็นประมาณ 3 เท่าของผู้หญิงปกติ

อาการแบบไหนเสี่ยงมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมสามารถแสดงอาการได้หลากหลาย ตั้งแต่ไม่มีอาการอะไรเลยแต่ตรวจพบความผิดปกติจากการเอกซเรย์เต้านม หรือคลำพบก้อนที่เต้านม ไปจนถึงมีความเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่เต้านม ซึ่งหากคุณมีอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรมาพบแพทย์

  • คลำพบก้อนที่เต้านม หรือรักแร้
  • เจ็บเต้านม
  • มีน้ำไหลออกมาจากหัวนม
  • เจ็บที่หัวนม มีหัวนมบุ๋ม หรือผิวหนังที่หัวนมหนาขึ้น
  • การบวมของเต้านมบางส่วนหรือทั้งหมด
  • ผิวหนังที่เต้านมเปลี่ยนแปลงไปเป็นผิวเปลือกส้ม บวมแดง หรือมีแผลและรอยบุ๋มที่ผิวหนังเต้านม
มะเร็งเต้านม

ดังนั้น หากคลำพบก้อนที่เต้านม อย่าได้นิ่งนอนใจ ไม่ต้องรอให้มีอาการเจ็บหรือปวด แต่ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาตามความเหมาะสมให้ไวจะดีที่สุด

มะเร็งเต้านมสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ

ระยะที่หนึ่ง ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กกว่า 2 ซม. และยังไม่มีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้

ระยะที่สอง ก้อนมะเร็งมีขนาดระหว่าง  2 – 5  ซม. และ/หรือมีการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ข้างเดียวกัน

ระยะที่สาม ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 5 ซม.   แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ข้างเดียวกันอย่างมาก จนทำให้ต่อมน้ำเหลืองเหล่านั้นมารวมติดกันเป็นก้อนใหญ่หรือติดแน่นกับอวัยวะข้างเคียงระยะที่สี่ ก้อนมะเร็งมีขนาดโตเท่าไหร่ก็ได้ แต่พบว่ามีการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายที่อยู่ไกลออกไป เช่น กระดูก ปอด ตับ หรือสมอง เป็นต้น

มะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก คือ ระยะที่ 1 และ 2 หรือในระยะที่สามบางรายมีพยากรณ์โรคที่ดี คือมีอัตราอยู่รอดเกินห้าปีหลังจากการวินิจฉัยประมาณ 80-90%

วิธีการรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบัน

มะเร็งเต้านม
  1. การรักษาโดยการผ่าตัด
  2. การรักษาโดยการฉายแสง(รังสีรักษา)
  3. การรักษาโดยยาต้านฮอร์โมน
  4. การรักษาโดยยาเคมีบำบัด
  5. การรักษาโดยยาที่มีการออกฤทธิ์จำเพาะ
  6. การรักษามะเร็งทางเลือกของ W9 Wellness เช่น 
  • W9 Advanced Cancer Screening Test การตรวจคัดกรองเนื้องอกและมะเร็ง 51 ชนิด 
  • W9 Care Series โปรแกรมตรวจวิเคราะห์ความเสี่ยง 13 โรคร้าย และ 21 โรคที่พบบ่อยจากกรรมพันธุ์ (Genetics) 
  • Mistletoe Therapy การรักษาด้วยสารสกัดมิสเซิลโท
  • NK Therapy ระบบภูมิคุ้มกันสู้ไวรัสแบบ 1:1 โดยไม่ต้องรอให้ใครมาสั่งการ

โรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในเพศหญิง ความรู้เกี่ยวกับโรคและวิธีการรักษาจึงพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคที่รักษาให้หายได้มากกว่า 60-70% เลยทีเดียว ยิ่งกว่านั้นถ้าเป็นมะเร็งเต้านมระยะแรกสามารถรักษาหายได้ถึง 80-90%

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งนอกจากดูแลสุขภาพตัวเองแล้ว การ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ การหมั่นตรวจสุขภาพประจำปีหรือการตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งเต้านม เพื่อหาความเสี่ยงก่อนการเป็นโรคจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการดูแลตัวเองค่ะ

Share : 

บทความที่เกี่ยวข้อง

มะเร็ง นับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี เราพบคนไทยเสียชีวิตจากมะเร็งทุกชนิดรวมกันปีละเกือบ 70,000 คน โดยทิ้งห่างจากโรคอื่นๆ ในอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี ทั้งนี้มะเร็งนั้นจัดอยู่ในกลุ่มของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่มีความรุนแรงมากที่สุด และอีกวิธีคือการ ตรวจวิตามินดี เพื่อป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง คำแนะนำเพื่อป้องกันมะเร็ง สิ่งที่หมออยาก “เน้นย้ำ” กับทุกคนเกี่ยวกับสาเหตุของโรคมะเร็ง ก็คือ จริงๆ แล้วโรคมะเร็งนั้นมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม (Genetics) น้อยมาก พบเพียง 10% โดยเฉลี่ย ที่เหลืออีกมากกว่า 90% มีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่ใช่พันธุกรรม (Epigenetics) สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคมะเร็งเราทราบกันดีอยู่แล้ว ได้แก่ พฤติกรรมการกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ และอาหารปิ้งย่าง ไม่ทานผักผลไม้ สูบบุหรี่ ดื่มสุรา โรคอ้วน การติดเชื้อเรื้อรัง ความบกพร่องของภูมิคุ้มกัน รวมถึงความเครียดเรื้อรังด้วย มีการศึกษาถึงความสัมพันธ์ของระดับวิตามินดีในเลือดกับอัตราการเกิดมะเร็ง แล้วพบว่า มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญจริงๆ โดยกลุ่มคนที่มีระดับวิตามินดีต่ำ จะมีโอกาสเป็นมะเร็งมากกว่ากลุ่มที่มีระดับวิตามินดีสูง จึงสรุปได้ว่า ภาวะขาดวิตามินดีเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งมากกว่า 20 ชนิด การ ตรวจวิตามินดี […]

ผู้คนยุคนี้ใช้เวลาอยู่กับการแข่งขันกันทำงาน เรียนหนังสือ ทำมาหากิน เราเติบโตขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายมากมายที่มาพร้อมกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น เราถูกสังคมหล่อหลอมความคิดมาให้ใช้เวลาให้มี “ประสิทธิภาพ” สูงที่สุด การทำอะไรที่ใช้เวลามาก ผลลัพธ์น้อย ถูกมองว่าเป็นการใช้เวลาอย่าง “ไม่คุ้มค่า” จนลืม สมดุลชีวิต ของตัวเองกันไปแล้ว เราใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ที่ส่วนใหญ่มอบความสะดวกสบายให้กับเรา เพื่อประหยัดเวลาให้เรามากขึ้น เราทำงานหาเงินมาเพื่อซื้อ “ความสะดวกสบาย” เป็นรางวัลให้กับตัวเองหรือคนที่เรารัก เราซื้อรถเพื่อจะไม่ต้องเดิน เราไม่ต้องเดินขึ้นบันได เพราะเรามีลิฟท์กับบันไดเลื่อน  ถ้าเราหิวเราก็ไม่ต้องลุกจากโซฟา หรือเดินตากแดดออกไปหาซื้ออาหาร เพราะเราแค่ยกโทรศัพท์ ก็สามารถสั่งทุกอย่างให้มาส่งถึงที่ได้ในราคาไม่แพง จนเราเริ่มค่อยๆติดกับวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายที่มากขึ้น ซึ่งทำให้พวกเราเคลื่อนไหวร่างกายกันน้อยลงโดยเฉลี่ยอย่างไม่รู้ตัว อุตสาหกรรมอาหารที่ทันสมัย สร้างสรรค์ตัวเลือกอาหารรูปแบบใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายในรสชาติ เพื่อกระตุ้นให้พวกเราต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น ทั้งยังให้พลังงานโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีกด้วย ทั้งๆที่พวกเราขยับกันน้อยลง แปลว่าพวกเราได้รับพลังงานส่วนเกินโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็น “ต้นตอ” ของปัญหาโรคอ้วน ที่ยังคงพบอุบัติการณ์เพิ่มสูงขึ้นทุกปี พอเราเริ่มมองเห็นปัญหาของการกินมากกว่าการใช้ เราก็เริ่มแก้ปัญหาด้วยการ เรียนรู้ที่จะนับแคลอรี่ เราเพิ่มการใช้พลังงานด้วยการเข้าร่วม “พิธีกรรม” โดยการแต่งตัวสวยๆไปฟิตเนส เพื่อถ่ายภาพตอนออกกำลังกาย แต่กลับเลือกที่จะใช้ลิฟต์หรือบันไดเลื่อน แทนที่จะเป็นบันได ในการเดินไปฟิตเนส เราแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา อย่างมี “ประสิทธิภาพ” โดยมองข้ามวิถีธรรมชาติ เราเริ่มออกห่างจากธรรมชาติมากขึ้นทุกวัน […]

วันโรคอ้วนโลก (World Obesity Day) ถูกตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2015