ค้นหา
ปิดช่องค้นหานี้

คีเลชั่นบำบัด (Chelation Therapy) ตัวช่วยขับสารพิษในร่างกาย

ร่างกายของเราอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการสะสมสารพิษอยู่ตลอดเวลา ยิ่งบุคคลที่อาศัยอยู่ในเมือง การหลีกเลี่ยงที่จะต้องพบเจอและรับมลภาวะ สารพิษต่างๆ เข้าสู่ร่างกายในแต่ละวันเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก แต่เราก็ไม่ควรละเลยการขับสารพิษออกจากร่างกาย โดยเฉพาะการทำ คีเลชั่นบำบัด

  • ควันบุหรี่
  • ไอเสียรถยนต์
  • ฝุ่น PM 2.5  
  • สารปนเปื้อนในเครื่องสำอางค์
  • สารปนเปื้อนในน้ำ
  • สารปนเปื้อนในอาหาร
  • ภาชนะใส่อาหาร
  • สารโลหะหนัก

ทุกปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อร่างกายทั้งระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้น การหันมาดูแลและใส่ใจ ถึงประสิทธิภาพของระบบการขับสารพิษของร่างกายสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเมือง จึงเป็นสิ่งที่ควรตระหนัก และให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

อาการที่บ่งบอกว่าร่างกายมีสารพิษสะสมมากเกินไป

  1. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่สดชื่น
  2. ปวดศีรษะบ่อย
  3. นอนไม่หลับ นอนหลับยาก
  4. สมองตื้อ ไม่มีสมาธิ
  5. ผื่นภูมิแพ้ ลมพิษ
  6. หอบหืด หายใจติดขัด
  7. ท้องเสีย ท้องอืด
  8. คลื่นไส้ อาเจียน
  9. ผิวพรรณหยาบกร้าน สิวเรื้อรัง

เช็กระดับแร่ธาตุและโลหะหนักในร่างกายรู้ผลภายใน 5 นาที

OligoScan คือ โปรแกรมตรวจวัดระดับแร่ธาตุและโลหะหนักระดับเนื้อเยื่อ 34 รายการ เป็นการใช้เทคโนโลยี Spectrophotometry ส่องแสงลงบนบริเวณฝ่ามือ ผลลัพธ์ที่ได้จะบอกว่าเรามีโลหะหนักในร่างกายสะสมอยู่จำนวนมากอย่างน้อยเพียงใด เช่น ดีบุก สังกะสี ทองแดง ตะกั่ว สารหนู ปรอท

ทำให้เรารู้ถึงสมดุลแร่ธาตุในร่างกาย ประสิทธิภาพในการขับสารพิษของร่างกาย รวมถึงตัวการโลหะหนักที่รบกวนการทำงานของร่างกาย ทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ไม่มีแรง ปวดศีรษะ ลดน้ำหนักยาก และยังส่งผลให้เซลล์แก่ เสื่อม และตายเร็วขึ้น การตรวจ Oligoscan จึงช่วยให้เราวางแผนการดูแลตัวเอง และการกำจัดสารพิษสะสมในร่างกายได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

Toxin Heavy Metal ตรวจสารพิษโลหะหนัก และมลภาวะ

การตรวจสารพิษโลหะหนัก เพื่อใช้ในการวางแผนการดูแลสุขภาพและขับสารพิษ “ตะกั่ว ปรอท สารหนู แคดเมียม อลูมิเนียม” คือชื่อของสารโลหะหนักที่เราน่าจะคุ้นหูกันดี เพราะมักเป็นภัยเงียบที่แอบแฝงสะสมเข้าสู่ร่างกายเราทีละนิด และด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจากสมัยก่อน ไม่ว่าจะทั้งการพัฒนาสังคมเมือง หรือเทคโนโลยีต่างๆ ส่งผลให้สภาพแวดล้อมปนเปื้อนเพิ่มขึ้น และทำให้ร่างกายของคนยุคนี้ โดยเฉพาะคนเมืองได้สะสมโลหะหนักเข้าไปโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากร่างกายสามารถรับสารพิษเหล่านั้นได้หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางน้ำหรืออาหารที่รับประทาน หรือแม้กระทั่งผ่านการสัมผัส

ซึ่งส่วนมากพิษของโลหะหนักจะค่อยๆ แสดงผลกระทบต่อร่างกายอย่างช้าๆ โดยจะเข้าไปรบกวนการทำงานของแร่ธาตุต่างๆ ส่งผลให้การทำงานภายในร่างกาย ระดับฮอร์โมนต่างๆแปรปรวน และ ยังเป็นตัวการที่ทำให้หลอดเลือดอักเสบ ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับสุขภาพเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ร่างกายคนเราจะมีระบบการขจัดสารพิษอยู่ก็ตาม แต่ในบางคนอาจจะไม่รวดเร็วเพียงพอ คงจะดีกว่าหากเราได้รู้ว่าร่างกายเรามีสารพิษโลหะหนักสะสมอยู่หรือไม่ เพื่อป้องกันภัยเงียบจากสารพิษโลหะหนักที่อาจสร้างความเสียหายให้กับสุขภาพของเราได้ทันท่วงที

วิธีขับสารพิษออกจากร่างกาย

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการขับสารพิษออกจากร่างกาย น้ำช่วยในการล้างสารพิษออกจากระบบประสาทและอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย
  • ออกกำลังกาย: การออกกำลังกายเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ซึ่งช่วยในกระบวนการขับสารพิษออกจากร่างกายผ่านเหงื่อ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเช่น วิ่ง ว่ายน้ำ เดินเร็ว หรือเล่นกีฬา ก็จะช่วยส่งเสริมการขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดี
  • รับประทานอาหารที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants): อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักสีเขียวเข้ม ผลไม้สีสด และอาหารที่มีวิตามิน C และวิตามิน E ช่วยล้างสารพิษและขับของเสียออกจากร่างกาย และช่วยปกป้องร่างกายจากการเสื่อมโทรมของเซลล์
  • หลีกเลี่ยงสารพิษ: หากเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงสารพิษที่อาจเข้าสู่ร่างกาย เช่น สารเคมีที่ใช้ในเครื่องปรุง สารเคมีในอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ สารเคมีในสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงต่อสุขภาพ เป็นต้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: การให้ร่างกายพักผ่อนเพียงพอช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างเหมาะสม ร่วมถึงกระบวนการขับสารพิษได้ดีขึ้น
  • การทำคีเลชั่นำบัด (Chelation Therapy): เป็นการกำจัดสารพิษโลหะหนัก โดยการใช้สารจับโลหะ EDTA (Edetate Disodium) ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ โดยให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ เพื่อช่วยในการขับสารพิษโลหะหนัก ทำให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายกลับมาทำงานได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ

คีเลชั่นบำบัด (Chelation Therapy) ตัวช่วยขจัดโลหะ ขับสารพิษ

Chelation Therapy คือ เป็นวิธีกำจัดสารพิษที่ตกค้างภายในร่างกาย ช่วยขับสารพิษและสิ่งเจือปนในร่างกายที่รับเข้ามาสะสมอยู่และไม่สามารถกำจัดออกได้เอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบขับสารพิษและการไหลเวียนเลือด ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการรักษาภูมิแพ้ การลดน้ำหนัก และการเพิ่มคุณภาพการนอน อันเป็นสาเหตุของการอักเสบภายในร่างกายและอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง

ข้อดีของการทำคีเลชั่นบำบัด ที่ W9 Wellness

  • เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก
  • ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส สดใสจากภายใน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนโลหิต
  • เสริมการรักษาภูมิแพ้และภาวะลำไส้รั่ว

**ผลลัพธ์อาจแตกต่างและชัดเจนกันไปในแต่ละบุคคล

W9 Wellness เราให้บริการการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำทุกขั้นตอนในการทำลีเลชั่นอย่างปลอดภัย

“อย่าปล่อยให้สารพิษสะสมอยู่ในร่างกายจนเกิดเป็นอาการเรื้อรัง”

โปรแกรมแนะนำ

OligoScan คือ โปรแกรมตรวจวัดระดับแร่ธาตุและโลหะหนักระดับเนื้อเยื่อ 34 รายการ

ราคา ฿6,500.00 บาท

ตรวจสารพิษโลหะหนัก เพื่อใช้ในการวางแผนการดูแลสุขภาพและขับสารพิษสำหรับคุณ พร้อมดูแลคุณด้วยแพทย์ผู้เชียวชาญเฉพาะทาง

ราคา ฿5,000.00 บาท

W9 Anti-Pollution Package ตรวจพร้อมขจัดสารพิษลึกถึงระดับเนื้อเยื่อ 39 รายการตรวจ “อย่าปล่อยให้สารพิษสะสมอยู่ในร่างกายจนเกิดเป็นอาการเรื้อรัง”

  • ตรวจ Oligoscan 1 ครั้ง
  • ตรวจ Toxic Heavy Metal 1 ครั้ง
  • บริการ Chelation Therapy 4 ครั้ง

ราคา ฿31,500.00 บาท

ปรึกษาปัญหาสุขภาพและรับสิทธิพิเศษสำหรับคุณได้ที่นี่

บทความที่เกี่ยวข้อง

มีคนถามเข้ามาเยอะว่า “หายติดเชื้อไวรัสแล้วแต่ยังมีอาการอยู่” หรือบางคนตอนเป็นติดเชื้อไวรัสมีอาการน้อย แต่พอหายแล้วกับมีอาการเยอะขึ้น ไวรัสได้ฝากลอยแผลเป็นอะไรไว้ให้กับเราบ้าง

ผู้คนยุคนี้ใช้เวลาอยู่กับการแข่งขันกันทำงาน เรียนหนังสือ ทำมาหากิน เราเติบโตขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายมากมายที่มาพร้อมกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น เราถูกสังคมหล่อหลอมความคิดมาให้ใช้เวลาให้มี “ประสิทธิภาพ” สูงที่สุด การทำอะไรที่ใช้เวลามาก ผลลัพธ์น้อย ถูกมองว่าเป็นการใช้เวลาอย่าง “ไม่คุ้มค่า” จนลืม สมดุลชีวิต ของตัวเองกันไปแล้ว เราใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ที่ส่วนใหญ่มอบความสะดวกสบายให้กับเรา เพื่อประหยัดเวลาให้เรามากขึ้น เราทำงานหาเงินมาเพื่อซื้อ “ความสะดวกสบาย” เป็นรางวัลให้กับตัวเองหรือคนที่เรารัก เราซื้อรถเพื่อจะไม่ต้องเดิน เราไม่ต้องเดินขึ้นบันได เพราะเรามีลิฟท์กับบันไดเลื่อน  ถ้าเราหิวเราก็ไม่ต้องลุกจากโซฟา หรือเดินตากแดดออกไปหาซื้ออาหาร เพราะเราแค่ยกโทรศัพท์ ก็สามารถสั่งทุกอย่างให้มาส่งถึงที่ได้ในราคาไม่แพง จนเราเริ่มค่อยๆติดกับวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบายที่มากขึ้น ซึ่งทำให้พวกเราเคลื่อนไหวร่างกายกันน้อยลงโดยเฉลี่ยอย่างไม่รู้ตัว อุตสาหกรรมอาหารที่ทันสมัย สร้างสรรค์ตัวเลือกอาหารรูปแบบใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายในรสชาติ เพื่อกระตุ้นให้พวกเราต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น ทั้งยังให้พลังงานโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีกด้วย ทั้งๆที่พวกเราขยับกันน้อยลง แปลว่าพวกเราได้รับพลังงานส่วนเกินโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็น “ต้นตอ” ของปัญหาโรคอ้วน ที่ยังคงพบอุบัติการณ์เพิ่มสูงขึ้นทุกปี พอเราเริ่มมองเห็นปัญหาของการกินมากกว่าการใช้ เราก็เริ่มแก้ปัญหาด้วยการ เรียนรู้ที่จะนับแคลอรี่ เราเพิ่มการใช้พลังงานด้วยการเข้าร่วม “พิธีกรรม” โดยการแต่งตัวสวยๆไปฟิตเนส เพื่อถ่ายภาพตอนออกกำลังกาย แต่กลับเลือกที่จะใช้ลิฟต์หรือบันไดเลื่อน แทนที่จะเป็นบันได ในการเดินไปฟิตเนส เราแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา อย่างมี “ประสิทธิภาพ” โดยมองข้ามวิถีธรรมชาติ เราเริ่มออกห่างจากธรรมชาติมากขึ้นทุกวัน […]

ช่วงนี้เข้ามาดูแลตัวเองที่ W9 Wellness ในโปรแกรม “การดูแลสุขภาพผู้หญิงวัย