ค้นหา
ปิดช่องค้นหานี้
สมดุลลำไส้

สมองที่สองของร่างกาย ความสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

“สมดุลลำไส้”รู้หรือไม่? 70-80% ของ “ระบบภูมิต้านทาน” ในร่างกายเราทั้งหมด รวมกันอยู่ที่ “ลำไส้”

ความสำคัญของลำไส้

ปกติคนเราจะชอบคิดว่าเชื้อโรคจะเข้าทางผิวหนังของเรา แต่จริงๆ ถ้าผิวหนังเราไม่มีแผลเชื้อโรคแทบจะไม่มีโอกาสเข้าสู่ร่างกายเราได้เลย สิ่งที่เราไม่คาดคิดก็คือ อาหารที่เรานำเข้าปากไปนี่แหละ คือตัวการที่นำเชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว ทั้งสารปนเปื้อนจากอาหารและภาชนะที่ใช้ สมดุลลำไส้

หน้าที่ของลำไส้

สมดุลลำไส้

ลำไส้นอกจากจะใช้ในการดูดซึมสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ที่เรารับประทานเข้าไปแล้วนั่น ยังทำหน้าที่ในการกำจัดของเสียหรือสารพิษภายในร่างกาย เพราะเมื่อเรามีลำไส้ดี สุขภาพเราก็ดีตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์ ผิวพรรณ พลังงาน ระบบเผาผลาญ การนอนหลับ ระบบย่อย

แต่ถ้าเกิดลำไส้เกิดการปนเปื้อนของสารพิษจนเข้าสู่กระแสเลือด ก็ส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ปวดหัวไมเกรน เป็นมิแพ้ โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคอ้วน โรคเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล ย้ำคิดย้ำทำ โรคสมาธิสั้นในเด็ก นอนไม่หลับ โรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ หรือแม้แต่โรคมะเร็ง

ดังนั้นหากคุณกำลังสงสัยในโรคหรืออาการดังกล่าง หมอแนะนำให้ลองสำรวจที่ลำไส้ของเราก่อนเป็นอันดับแรก

ลำไส้ คือสมองที่สอง

หน้าที่ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ลำไส้ยังถือเป็นส่วนรวมสารสื่อประสาทต่างๆ ไม่ใช่แค่เรื่องปากท้อง แต่ยังรวมไปถึงในด้านอื่นๆ เช่น ตอนที่เรารู้สึกตื่นเต้น หรือวิตกกังวลในสถานการณ์ต่างๆ การออกเดทครั้งแรก ทำให้เราเกิดความรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้อง หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Butterfly in the Stomach”

สมดุลลำไส้

ความสำคัญของจุลินทรีย์ในร่างกายเรา

สมดุลลำไส้

ตั้งแต่เราเกิดมาก เราก็จะไดรับจุลชีพที่ถูกส่งต่อมาจากแม่ โดยเฉพาะการคลอดธรรมชาติ จุลชีพพวกนี้ทำหน้าที่ในการสอนเม็ดเลือดขาวให้รู้จักแยกแยะ ว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู ช่วยย่อยและแยกสารอาหาร สังเคาะห์วิตามินช่วยควบคุมระบบเผาผลาญ และกระบวนการเคมีในระดับโมเลกุลในร่างกาย

ผลเสียของการมีจุลชีพในลำไส้น้อย

เมื่อร่างกายมีจุลชีพในลำไส้น้อยลง มีความสัมพันธ์กับโรคเรื้อรังมากมาย เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ไขมันพอกตับ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคทางจิตประสาท รวมถึงโรคติดเชื้ออื่นๆ เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า You are What You Eat เพราะเมื่อลำไส้ป่วย ร่างกายและจิตใจก็จะป่วยตามไปด้วย

นอกจากพฤติกรรมการกินแล้ว การรับทานอาหารโดยไม่ระวังสารปนเปื้อนจากอาหาร รวมทั้งปัจจัยอื่น เช่น ความเครียด การอดนอน การอักเสบ การติดเชื้อ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ทุกอย่างล้วนสส่งผลถึงผนังลำไส้ หรือ ระบบภูมิต้านทาน ของร่างกาย และสมดุลจุลชีพ ทั้งวงจร ที่ถือเป็นต้นตอของความเจ็บป่วยทุกชนิด

สมดุลลำไส้

แต่เราก็สามารถดูแลลำไส้ของเราได้ตั้งแต่วันนี้ โดยทานอาหารธรรมชาติเน้นพืชเป็นหลัก เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี งดน้ำตาล แป้งและข้าวขัดสี กินผักผลไม้ให้หลากหลาย ครบทุกสี และไฟโตนิวเทรียนท์ เพราะไม่ว่าสมดุลจุลชีพของเราจะเป็นยังไง ถ้าเราตั้งใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันนี้ สุขภาพเราก็ดีขึ้นได้

เห็นไหมครับว่า ไม่ยากเลยที่เราจะกลับมาดูแลลำไส้ของเราอย่างใส่ใจ

หนังสือ Healthitude สุข(อุดม)คติ
นพ.พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ (หมอบาย)

Share : 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประจำเดือนผิดปกติ นัดกันทุกเดือนแต่ไม่เคยมาตรงกันสักรอบ สิ่งผู้หญิงหลายคนน่าจะพบเจอปัญหานี้กันอยู่บ่อยๆ ที่ประจำเดือนมาบ้าง ไม่มาบ้าง แต่อยากจะบอกว่าอาการเบื้องต้นเหล่านี้เราไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของการเกิดโรคร้าย หรืออาการผิดปกติบางอย่างของร่างกายเราอยู่ในตอนนี้ วันนี้เราเลยมีสัญาณของ ประจำเดือนผิดปกติ มาฝากกันค่ะ 8 สัญญาณเตือนอันตรายของผู้หญิง ประจำเดือนผิดปกติ อาจการที่พบบ่อยในผู้หญิงที่หลายคนไม่ควรมองข้าม หากพบว่ามีอาการดังต่อไปนี้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาก่อนที่จะอันตรายถึงชีวิต โดยปกติประจำเดือนของคุณผู้หญิงจะมาทุก 21-35 วัน นับจากวันแรกของรอบเดือน ถึงวันแรกของรอบเดือนถัดไป แต่มีคุณผู้หญิงหลายคนที่ประจำเดือนไม่มาตามนัด กลายเป็นประจำสองเดือน ประจำสามเดือน หรือกลายเป็นประจำปีเลยก็มี บางรายมีอาการปวดท้องน้อย ในช่วงเวลา 8-48 ชั่วโมง หลังมีประจำเดือน เนื่องจากการหลั่งสารเคมี ทำให้เกิดการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก และหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงมดลูกมีการหดเกร็งร่วมกับอาการปวดเมื่อยหลัง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายอุจจาระเหลว ปวดศีรษะ เจ็บหน้าอก และยังมีอาการหงุดหงิดง่าย วิตกกังวล ซึ่งอาการดังกล่าวจะหายไปเมื่อประจำเดือนหมด ฮอร์โมนเอสโตรเจน และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เป็นตัวควบคุมการสร้างและการหลุดลอก นอกจากนี้ฮอร์โมนทั้งสองยังเกี่ยวข้องกับการตกไข่จากรังไข่ในเพศหญิง ฮอร์โมนไม่สมดุลส่งผลต่อประจำเดือนไม่ปกติ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่สมดุลจะช่วยสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นมา โดยเยื่อบุโพรงมดลูกจะลอกตัวกลายเป็นเลือดประจำเดือนในกรณีที่ไข่ไม่ได้รับการปฏิสนธิ หากฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล จะส่งผลให้สร้างเยื่อบุโพรงมดลูกมากเกินไป ซึ่งทำให้มีเลือดประจำเดือนมาก ทั้งนี้ หากร่างกายไม่ตกไข่ตามปกติ […]

วัยทองป้องกันได้ พอพูดถึง “วัยทอง” หลายคนคงส่ายหน้าว่าไม่ใช่ฉันแน่ๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าอาการที่เราเป็นอยู่แท้จริงแล้วคือ สัญญาณเข้าสู่วัยทอง ก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย และจิตใจ ซึ่งเกิดจากการขาดฮอร์โมนเพศ และไม่ใช่แค่เฉพาะคุณผู้หญิงเท่านั้น คุณผู้ชายก็มีวัยทองได้เหมือนกัน แต่แแทนที่เราจะไปเครียดหรือกังวลกับอาการดังกล่าว เปลี่ยนมาทำความเข้าใจ และหาทางรับมือกับวัยทองจะดีกว่าไหม เพื่อให้ช่วงวัยทองของเรามีแต่ความสุข ทั้งสุขภาพกายและจิตใจไปพร้อมกัน แต่จะมีอะไรบ้างวันนี้เรามีคำแนะนำมาบอกกันค่ะ วัยทองป้องกันได้ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง คุณผู้หญิง และคุณผู้ชายเมื่ออายุเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยที่ 40+ ปีขึ้นไป มักจะเจอกับภาวะวัยทอง แต่จะมาเร็วหรือช้าเท่านั้นเอง ซึ่งผู้หญิงจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง ที่ชื่อว่า “เอสโตรเจน” เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนมีผลต่อร่างกายหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นสมอง กระดูก ผิวหนัง เมื่อฮอร์โมนลดลงจึงส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ ตามว่าที่เรียกว่า “อาการวัยทอง” นั่นเอง ส่วนในผู้ชายก็สามารถเกิดภาวะวัยทองได้เหมือนกันซึ่งเกิดจากภาวะบกพร่องฮอร์โมนเพศชาย ที่เรียกว่า “เทสโทสเตอโรน” ที่ลดต่ำลง โดยอาการที่พบได้ใน ผู้ชายวัยทองมักจะลงพุง กล้ามเนื้อลีบเล็กลง แข็งแรงน้อยลง และผมบางมากขึ้น ซึ่งอาการดังกว่าของคุณผู้ชาย และคุณผู้หญิง สามารถของคำแนะนำจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง สัญญาณเตือนอาการวัยทอง อาการวัยทองในผู้ชาย ผู้ชายที่อายุเริ่มมากขึ้น หรือเข้าสู่ช่วงสูงวัยที่เริ่มมีอาการผิดปกติทั้งต่อร่างกาย จิตใจ เป็นผลมาจากฮอร์โมนเพศชาย […]

มาเช็คกันว่าในตู้เย็นบ้านเรามีครบรึยัง #มีแล้วก็สลับกินทุกวันด้วยนะจ๊ะ 😘 #ภูมิต้านทานต้องแข็งแรง #เราต้องสุขภาพดีไปด้วยกัน #ต้องไม่เครียดด้วยนะ 😆 1. กราโนล่า 🌾คือ ธัญพืชไม่ขัดสีอบแห้งหลากชนิด