หลายคนคงเคยได้ยินคุณสมบัติของ “น้ำด่าง” มาก่อนหน้านี้ ว่าลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง เก๊าท์ เบาหวาน กรดไหลย้อน คงเกิดคำถามว่า มันจริงมั้ย? ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก “น้ำด่าง” กันก่อนดีกว่า

    น้ำด่าง (Alkaline water) คือน้ำที่มีค่า pH สูงกว่าน้ำดื่มทั่วไป (Regular water)

    น้ำดื่มโดยทั่วไป จะมีค่า pH เป็นกลาง คือ 7.0

    น้ำด่างส่วนใหญ่ จะมีค่า pH ประมาณ 8.0-9.0

    …แต่ pH ไม่ใช่ปัจจัยหลักของความเป็นด่าง (Alkalinity) หรือประโยชน์ที่แท้จริงในน้ำด่าง

    เนื่องจากร่างกายคนสุขภาพดีปกติ มีระบบการปรับสมดุลกรด-ด่าง ผ่านทางไตและทางการหายใจ เพื่อปรับสมดุล pH ในเลือดให้อยู่ในช่วง 7.35 -7.45 โดยมีสมดุลเกลือแร่จำเป็นหลากหลายชนิด (Electrolytes) เช่น โซเดียม โพแทสเซียม คลอไรด์ และ ไบคาร์บอเนต เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการควบคุม

    อาหารและเครื่องดื่มที่เรารับประทานเข้าไปในแต่ละวัน แต่ละชนิด แต่ละประเภท ก็จะมีศักยภาพการสร้างกรด ซึ่งเป็นภาระต่อไต (Potential Renal Acid Load) หลังการย่อยอาหารและการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด แตกต่างกัน โดยแบ่งเป็น กลุ่มอาหารสร้างกรด อาหารเป็นกลาง และ อาหารสร้างด่าง (Alkalizing Foods)

    แต่ตราบใดที่การทำงานของไต และการทำงานของปอด เป็นปกติ ไม่ว่าเราจะทานอะไรเข้าไป ร่างกายก็จะปรับค่า pH ให้กลับเข้าสู่สมดุลเสมอ แต่ในบางสภาวะที่ร่างกายสร้างกรดขึ้นมาในปริมาณมาก เช่น การสลายตัวของกล้ามเนื้อ ความผิดปกติของระบบเผาผลาญในระดับเซลล์ (Mitochondrial dysfunction)  ภาวะฉุกเฉินในผู้ป่วยเบาหวาน (Diabetic Keto Acidosis) หรือประสิทธิภาพการทำงานของกลไกปกติในการปรับสมดุลกรดด่างลดลง เช่น การอัตราการกรองของไตลดลง หรือโรคปอดเรื้อรัง เช่น โรคถุงลมโป่งพอง เมื่อมีปัจจัยร่วมอื่นมาเพิ่มเติม เช่น การรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล ความเครียด การอักเสบ การติดเชื้อ หรือสารพิษ ร่างกายอาจมีสภาวะเป็นกรดมากขึ้น (Acidemia) 

    ซึ่งในสภาวะที่ร่างกายเป็นกรดมากขึ้น (Acidemia) มีความสัมพันธ์กับความเจ็บป่วย โรคติดเชื้อ โรคเรื้อรัง และโรคมะเร็งหลายชนิด เนื่องจากในระยะยาว สภาพแวดล้อมที่เป็นกรด จะทำให้โครงสร้าง และการทำงานของเซลล์เกิดความเสียหาย เซลล์จะเกิดความเสื่อมและถูกทำลายได้เร็วขึ้นในสภาวะที่เป็นกรด และเซลล์ที่ถูกทำลายก็จะสร้างกรดเพิ่มมากขึ้นอีก

    งั้นเรามาดูกันว่า ประโยชน์ที่แท้จริงในน้ำด่าง คืออไร?

    น้ำด่าง ต้องประกอบด้วย แร่ธาตุที่เป็นด่าง (Alkaline minerals) ซึ่งมีปริมาณประจุลบ (electron) ในปริมาณสูง เมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจึงสามารถให้ประจุลบกับกรด (Oxidation-Reduction Potential) หรือที่เรียกว่า มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidizing)

    ยิ่ง ORP (Oxidation-Reduction Potential) มีค่าลบมากเท่าไหร่ ยิ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxydizing) มากเท่านั้น   

    ทำไมน้ำมะนาวที่มีความเป็นกรดสูงถึงเป็นน้ำด่างได้

    ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมน้ำมะนาวที่มีกรด Citric Acid สูง ถึงเป็นน้ำด่างไปได้

    เนื่องจากแร่ธาตุที่มีประจุลบในกรดของมะนาว เมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด สามารถปล่อยประจุลบให้กับกรด จึงทำให้ร่างกายมีการปรับสภาพเป็นด่างมากขึ้น จัดว่าเป็นหนึ่งใน อาหารสร้างด่าง (Alkalizing Foods)

    อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานทางการแพทย์ขนาดใหญ่ ยังสรุปไม่ได้ว่าการกินน้ำด่าง หรืออาหารสร้างด่าง เป็นประจำ จะเป็นผลดีต่อทุกคนอย่างมีนัยสำคัญ

    …เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน การดูแลร่างกายให้เหมาะสมแบบเฉพาะบุคคลจึงสำคัญ

    ดังนั้น การรับประทานอาหารที่หลากหลาย (Alternate Foods) มีสมดุลที่ดี (Balanced Nutrition) และเหมาะสมกับแต่ละบุคคล (Nutrigenomics) จึงถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นกันในยุคสมัยนี้

    Author

    Pijak Wongvisit, MD.

    แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและชะลอวัย, การปรับสมดุลฮอร์โมน, และการลดน้ำหนักแบบองค์รวม
    Medical Director | W9 Wellness Center | โรงพยาบาลพระรามเก้า