ค้นหา
ปิดช่องค้นหานี้

A Hidden Factor for Weight Loss: ความลับที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่ลง

ความอ้วนกับสารพิษสัมพันธ์กันอย่างไร ?

“ความอ้วน” เป็นปัญหาที่หลายๆ คนกำลังเผชิญอยู่ และมีแนวโน้มว่า
“โรคอ้วน” พบเพิ่มมากขึ้นในทุกปี ในทุกเพศทุกวัย

ปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้องกับ “โรคอ้วน” โดยตรงคือ พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย แต่เคสที่หมอเจออยู่บ่อยๆ คือ ถึงแม้ว่าจะควบคุมอาหารได้ดี และออกกำลังกายอย่างเคร่งครัด แต่ในบางคนน้ำหนักกลับไม่ลดลงไปตามเป้าหมาย ซึ่งความยากง่ายในการลดน้ำหนักแต่ะละคนไม่เท่ากัน เป็นเพราะอะไรรู้มั้ยคะ สิ่งแวดล้อมและสารพิษรอบตัวเรารอบตัวเรานี่ล่ะค่ะ

ปัจจุบันนี้เราอาศัยอยู่ใน Toxin Environment ต้องสัมผัสกับสารพิษไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีงานวิจัยทางการแพทย์หลายฉบับ พบว่า สารพิษจากสิ่งแวดล้อมที่เรารับมา ไม่ว่าจะเป็นจากการรับประทานอาหาร จากอากาศ จากสารปนเปื้อนในภาชนะ และจากสิ่งแวดล้อม นั้นมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อร่างกายเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รบกวนกระบวนการธรรมชาติของการควบคุมน้ำหนักในร่างกายเรา สารเคมีเหล่านี้พบได้ในชีวิตประจำวันของเรา เช่น การใช้ภาชนะพลาสติก การปนเปื้อนของยาฆ่าแมลง โลหะหนัก มลภาวะจากอากาศ เป็นต้น ซึ่งสารพิษเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะละลายได้ดีในไขมัน (Fat – Soluble) และถูกเก็บสะสมไว้อยู่ในเซลล์ไขมันของเรานั่นเองค่ะ

ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ลดน้ำหนักอย่างตั้งใจ ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก หรือแทบไม่ลดลงเลย อาจเป็นเพราะปัจจัยเรื่องสารพิษในร่างกายค่ะ เพราะสารเคมี สารพิษที่ปนเปื้อนในร่างกายเรา ส่งผลให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย (Inflammation) สร้างสารอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อการเผาผลาญในร่างกาย โดยไปรบกวนกระบวนการของ ฮอร์โมน (Endocrine Disruptors) ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการการสร้างและเผาผลาญไขมัน ทำให้เกิดการสะสมไขมันทั้งจำนวนและขนาดที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งตำแหน่งของไขมันที่เกาะในอวัยวะต่างๆด้วยค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน

โดยทั่วไปร่างกายเรามีกระบวนการขับสารพิษออกจากร่างกายอย่างเหมาะสม แต่เพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ ทำให้ เรารับสารพิษมากขึ้น ร่างกายเกิดความเสื่อมเร็ว ความสามารถในกระบวนการขับสารพิษ (Detoxicification) ของร่างกายลดลง ทำให้ร่างกายสะสมสารพิษมากขึ้น เพิ่มกระบวนการสร้างสารอักเสบ ส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะกระบวนการการเผาผลาญ

References

  • Holtcamp W. Obesogens: Environmental link to obesity? Environ Health Perspect. 2012 Feb;120(2):a62-a68.
  • Baillie-Hamilton PF. Chemical toxins: a hypothesis to explain the global obesity epidemic. J Altern Complement Med. 2002 Apr;8(2):185-192.

Share : 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ช่วงนี้มี อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Diet) หลากหลายสูตรที่มีกระแสว่าช่วยในการลดน้ำหนักออกมามากมาย ทั้งที่มีการศึกษาวิจัยรองรับ มีการรีวิวตามอินเตอร์เนต

หากถามว่าทุกคนกลัวการเป็นมะเร็งหรือไม่ น้อยคนที่จะปฏิเสธว่าไม่กลัว เมื่อโรคมะเร็งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทยในปัจจุบัน และเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยที่มะเร็งนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่เพียงแต่ผู้ที่มีอายุมากเท่านั้น เพราะร่างกายคนเราล้วนมีเซลล์ที่อาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ในทางกลับกัน เซลล์มะเร็งก็สามารถถูกทำลายได้หากร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ แต่จะดีกว่ามั้ยถ้าเรารู้ วิธีเพิ่มภูมิคุ้มกัน ให้กับตัวเอง ปกติแล้วร่างกายเราจะมีการแบ่งเซลล์ทุกวันเพื่อชดเชยเซลล์เก่าที่ตายไป โดยเม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันจะทำหน้าที่คอยตรวจจับเซลล์ที่มีการแบ่งตัวผิดปกติ เมื่อพบเซลล์ผิดปกตินั้นก็จะทำลายทิ้งทันที แต่หากระบบภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีปัจจัยอื่นๆ ในร่างกายที่เกื้อหนุนให้เซลล์ผิดปกติเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วเป็นเวลานาน ก็จะก่อให้เกิดการเกาะกลุ่มเป็นก้อนเนื้อในอวัยวะที่เอื้อต่อการเกิดเซลล์มะเร็งได้ ซึ่งในเพศชายและเพศหญิงก็จะมีความเสี่ยงของโรคมะเร็งต่างชนิดกัน 5 มะเร็งยอดฮิต ที่พบบ่อยในผู้ชายไทย มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งช่องปาก 5 มะเร็งยอดฮิต ที่พบบ่อยในผู้หญิงไทย มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด มะเร็งรังไข่ แม้โรคมะเร็งจะเกิดจากเซลล์ผิดปกติภายในร่างกาย แต่ปัจจัยภายนอกอย่างพฤติกรรมที่เราเคยชินก็มีส่วนสำคัญที่อาจกระตุ้นให้เกิดเซลล์ผิดปกติในร่างกายโดยไม่รู้ตัวได้  พฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้คุณมีปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งหรือเปล่า?  รับประทานเนื้อสัตว์ประเภทปิ้งย่าง อาหารทอด อาหารไขมันสูง หรือรับประทานอาหารซ้ำๆ รับประทานอาหารแช่แข็งมากเกินไป ไม่รับประทานผักและผลไม้สด สูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก ได้รับสารก่อมะเร็งต่างๆ ต่อเนื่องเป็นประจำ เช่น สารเคมี รังสี และฝุ่นควัน […]

ประจำเดือนผิดปกติ นัดกันทุกเดือนแต่ไม่เคยมาตรงกันสักรอบ สิ่งผู้หญิงหลายคนน่าจะพบเจอปัญหานี้กันอยู่บ่อยๆ ที่ประจำเดือนมาบ้าง ไม่มาบ้าง แต่อยากจะบอกว่าอาการเบื้องต้นเหล่านี้เราไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของการเกิดโรคร้าย หรืออาการผิดปกติบางอย่างของร่างกายเราอยู่ในตอนนี้ วันนี้เราเลยมีสัญาณของ ประจำเดือนผิดปกติ มาฝากกันค่ะ 8 สัญญาณเตือนอันตรายของผู้หญิง ประจำเดือนผิดปกติ อาจการที่พบบ่อยในผู้หญิงที่หลายคนไม่ควรมองข้าม หากพบว่ามีอาการดังต่อไปนี้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาก่อนที่จะอันตรายถึงชีวิต โดยปกติประจำเดือนของคุณผู้หญิงจะมาทุก 21-35 วัน นับจากวันแรกของรอบเดือน ถึงวันแรกของรอบเดือนถัดไป แต่มีคุณผู้หญิงหลายคนที่ประจำเดือนไม่มาตามนัด กลายเป็นประจำสองเดือน ประจำสามเดือน หรือกลายเป็นประจำปีเลยก็มี บางรายมีอาการปวดท้องน้อย ในช่วงเวลา 8-48 ชั่วโมง หลังมีประจำเดือน เนื่องจากการหลั่งสารเคมี ทำให้เกิดการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก และหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงมดลูกมีการหดเกร็งร่วมกับอาการปวดเมื่อยหลัง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายอุจจาระเหลว ปวดศีรษะ เจ็บหน้าอก และยังมีอาการหงุดหงิดง่าย วิตกกังวล ซึ่งอาการดังกล่าวจะหายไปเมื่อประจำเดือนหมด ฮอร์โมนเอสโตรเจน และฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เป็นตัวควบคุมการสร้างและการหลุดลอก นอกจากนี้ฮอร์โมนทั้งสองยังเกี่ยวข้องกับการตกไข่จากรังไข่ในเพศหญิง ฮอร์โมนไม่สมดุลส่งผลต่อประจำเดือนไม่ปกติ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่สมดุลจะช่วยสร้างเยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นมา โดยเยื่อบุโพรงมดลูกจะลอกตัวกลายเป็นเลือดประจำเดือนในกรณีที่ไข่ไม่ได้รับการปฏิสนธิ หากฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล จะส่งผลให้สร้างเยื่อบุโพรงมดลูกมากเกินไป ซึ่งทำให้มีเลือดประจำเดือนมาก ทั้งนี้ หากร่างกายไม่ตกไข่ตามปกติ […]